Future food packaging

ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีการใช้งานกันอยู่นั้น เกือบทั้งหมดจะใช้วัตถุดิบที่มีจากผลพลอยได้ของการกลั่นปิโตรเลียม เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ แนพธา ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้แล้วหมดไป นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทนี้ยังเป็นสิ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิตหรือวิธีการกำจัด จากคุณสมบัติดังกล่าวส่งผลให้ผลิตภัณฑ์พลาสติกกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่นในยุโรป หรืออเมริกา ซึ่งในปัจจุบันหันมาใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี พลาสติกชีวภาพสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภทเช่นเดียวกับพลาสติกจากปิโตรเคมีผลิตภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพส่วนใหญ่ถูกใช้ในงานที่เน้นคุณสมบัติการย่อย สลายได้ เช่น ถุงขยะสำหรับเก็บใบไม้ แผ่นฟิล์มเพื่อการเกษตร กระถางต้นไม้ การใช้งานด้านบรรจุภัณฑ์ โดยมีตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในระดับสากลที่ได้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาด แล้ว

ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ในอนาคต คือ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นจากนโยบายการรักษาสภาพแวดล้อม โดยพลาสติกชีวภาพนั้นเป็นนวัตกรรมใหม่ของอุตสาหกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรกับ สภาพสิ่งแวดล้อม ที่มีคุณสมบัติการใช้งานเหมือนพลาสติกทั่วๆ ไป แต่มีจุดเด่นตรงที่ เป็นพลาสติกที่สามารถถูกย่อยสลายได้ด้วยกระบวนการทางชีวภาพ หรือถูกหมักเป็นปุ๋ยได้ในสภาวะที่เหมาะสม โดยมีระบบการย่อยสลายที่คล้ายคลึงกับการย่อยสลายในธรรมชาติและสามารถนำไปใช้ ทดแทนผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเคมี การผลิตพลาสติกชีวภาพให้ความสำคัญในเรื่องของแหล่งวัตถุดิบที่สามารถปลูกทด แทนได้ เช่นพืชผลทางการเกษตร อาทิ มันสำปะหลัง อ้อย ฯลฯ ในปัจจุบัน พบว่า เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตพลาสติกชีวภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงกลางน้ำจะเริ่มต้น ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบแป้งให้เป็นน้ำตาลและโมโนเมอร์ จนถึงกระบวนการสังเคราะห์ โพลิเมอร์จากโมโนเมอร์สำหรับเทคโนโลยีปลายน้ำจะเป็นกระบวนการคอมพาวดิ้ง (compounding) โดยการเติมโพลิเมอร์ชนิดอื่นหรือ การเติมสารเติมแต่ง เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติพลาสติกชีวภาพหรือลดต้นทุน รวมถึงการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ (processing) พลาสติกชีวภาพนั้นมีศักยภาพพอที่จะนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อะไรได้และแม้ว่า ญี่ปุ่นและประเทศกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกได้ก้าวนำหน้าไทยในเรื่องของ การพัฒนาพลาสติกชีวภาพ แต่สิ่งที่น่าจะเป็นข้อได้เปรียบของไทยก็คือ การมีวัตถุดิบชีวภาพที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มันสำปะหลัง” ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบต้นน้ำของพลาสติกชีวภาพได้และมีปริมาณเกินต่อ ความต้องการบริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น ความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีบนพื้นฐานที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมดจะ เป็นการส่งเสริมให้ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาดีและยังเป็นการช่วงเกษตรได้อีก ทางหนึ่งด้วย พลาสติกนั้นเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง ด้วยคุณสมบัติในเรื่อง น้ำหนักที่เบา มีราคาถูก ทนต่อความชื้น และยังสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ ได้อีก จากข้อมูลการใช้พลาสติกทั่วโลก พบว่ามีอัตราการเติบโตสูงมาก ดังเห็นได้จากปริมาณการผลิตพลาสติกโดยรวมทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉลี่ยแล้ว พบว่าปริมาณการผลิตพลาสติกมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยต่อปีราวร้อย ละ 5 ในระหว่างปี ค.ศ. 1985 – ค.ศ. 2000 และคาดว่าความต้องการบริโภคพลาสติกจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีการจัดการสิ่งแวด ล้อมอย่างใน กลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก แต่ความสามารถในการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่หรือพลังงานที่ได้กลับคืนมาใช้ ยังอยู่ระดับต่ำเพียงแค่ร้อยละ 30 เท่านั้น ซึ่งไม่ทันต่อปริมาณการใช้พลาสติกที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี จึงก่อให้เกิดขยะเป็นจำนวนมากในแต่ละปีและส่งผลกระทบด้านการกำจัด เนื่องจากพลาสติกได้ถูกออกแบบให้ ใช้งานได้ครั้งเดียว

แม้ว่าจะมีการรณรงค์ด้วยมาตรการต่างๆ ก) ทั้งการลดปริมาณการใช้พลาสติก ข) การนำกลับมาใช้ใหม่ และ ค)การกลับคืนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ใหม่ แต่ก็ไม่สามารถปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้มากนัก เนื่องจาก ต้นทุนในการจัดการขยะดังกล่าวมีราคาที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนเก็บรวบรวมและการคัดแยกขยะเพื่อมาใช้ใหม่ไม่ บรรลุผล จึงเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกของโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและได้กลาย เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตพลาสติก คือ น้ำมันปิโตรเลียมหรือเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ซึ่งเป็นทรัพยกรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด และคาดว่าจะหมดไปในอีกไม่นานนัก ดังนั้นผลพลอยได้จากการกลั่นปิโตรเลียมแล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติก ราวร้อยละ 5 นั้น นอกจากราคาจะเปบี่ยนแปลงไปตามสภาพของราคาน้ำมันแล้ว ยังอาจประสบปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบได้ในอนาคตอีกด้วย รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเช่น ภาวะโลกร้อน การสะสมของพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ได้เป็นแรงผลักดันให้เกิดการค้นหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนใหม่และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมระดับแนวหน้าของโลก ได้มีการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพลาสติกชีวภาพ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ดีเทียบเท่ากับพลาสติกที่ใช้งานกันอยู่ใน ปัจจุบัน พลาสติกชีวภาพจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่เกิดจากความต้องการของผู้บริโภคบวกกับ แรงผลักดันจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม สู่การพัฒนาธุรกิจของอุตสาหกรรมพลาสติกเพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ต่อไป

Add your thoughts